1. ความเข้าใจแบบง่าย
เลเวอเรจสูง = มาร์จิ้นน้อย = เสี่ยงถูกบังคับปิดสูง
✅ เลเวอเรจช่วยขยายขนาดการเทรด แต่ก็ ขยายความเสี่ยง ด้วย
❌ หากราคาตลาดวิ่งสวนข้าง ขาดทุนกินมาร์จิ้นหมด → บังคับปิด!
2. ทำไมเลเวอเรจสูงถึงอันตรายกว่า?
1:50: มาร์จิ้นสูง (กันชนใหญ่) ทนขาดทุนได้ ~200 จุด
1:200: มาร์จิ้นกลาง ขาดทุน ~50 จุดก็เสี่ยงแล้ว
1:500: มาร์จิ้นต่ำ (กันชนเล็ก) ขาดทุน ~20 จุดใกล้บังคับปิด
📌 สรุป: เลเวอเรจสูง = ใช้มาร์จิ้นน้อย แต่พื้นที่รับความเสี่ยงน้อย
3. กลไกหลัก
บังคับปิด = ระบบปิดอัตโนมัติเมื่อระดับมาร์จิ้นต่ำเกินไป
ระดับมาร์จิ้น = มูลค่าสุทธิ ÷ มาร์จิ้นที่ใช้ × 100%
≤10% (มาตรฐาน AFT) ระบบจะบังคับปิด
✅ ในเลเวอเรจสูง:
มาร์จิ้นน้อย มูลค่าสุทธิลดเร็ว
ขาดทุนเท่ากัน แต่สัดส่วนกินมากขึ้น
ถึงจุดบังคับปิดเร็วขึ้น!
4. ตัวอย่าง
บัญชี: $1,000 เทรดทองคำ (XAU/USD) 1 ล็อต
1:100: ต้องใช้มาร์จิ้น ~ $1,800 (ไม่พอเปิด)
1:200: ใช้ ~ $900 ทนขาดทุน ~100 จุด
1:500: ใช้ ~ $360 ทนขาดทุน ~40 จุด
💥 ทองคำผันผวน ±40 จุดเป็นเรื่องปกติ หากใช้เลเวอเรจสูงแต่ไม่มี stop-loss เสี่ยงบังคับปิดมาก